5 วิธีลดรอยย่น ปัญหากวนใจทำหน้าหม่น

ปัญหาหน้าย่นอาจเป็นเรื่องกวนใจใครหลายคน อายุก็ไม่ได้มากอะไร แต่ทำไมตีนกามาเยือนแล้วหล่ะ? บางคนเป็นคนอารมณ์ดีหัวเราะเก่ง ร่องแก้มก็ขึ้นมาตามระเบียบ หรือหนุ่มสาววัยทำงาน เบ้หน้ามองบนเจ้านายมากไปหน่อย หน้าผากเลยย่นตามมา รอยเกิดมาแล้วก็ต้องทำทุกวิถีทางเพื่อให้มันหายไป…

1.นวดหน้า / โยคะหน้า
อาจเพราะเครียดไปต้องนวดผ่อนคลาย โดยการใช้นิ้วค่อยๆ วนเบาๆ จากจุดกลางหน้าผากออกไป จุดอื่นๆ ก็เช่นกัน นวดวนเบาๆ เริ่มจากจุดกลางของใบหน้าไล่ออกไป ช่วงลำคอให้ใช้สองมือนวดไล่สลับขึ้นไปหาคาง

ส่วนการทำโยคะหน้าก็ไม่ยาก ให้พูด “อา อี โอ อู” แบบให้สุดปาก ต่อด้วยท่าเป่าลมออกจากปาก ให้ดัง “บรื้นๆ” เหมือนกับการเลียนเสียงรถยนต์ของเด็กๆ ตามด้วยท่าเป่าลมให้เต็มแก้มและดูดแก้มจนปากจู๋ ฝึกวนไป หรือทำในทุกๆ เช้า

2.ปอกหมอนเปลี่ยน ชีวิตเปลี่ยน
เคยเป็นไหม? ตื่นนอนมาพร้อมกับรอยยับย่นของริ้วปอกหมอน แน่นอน เดี๋ยวมันก็จางหายไปเอง แต่จริงๆ แล้ว ผ้าจะเข้าไปตามพับเนื้อบนใบหน้า และจะทำให้มันเป็นรอยขึ้นมาจริงๆ เพราะความเคยชิน ยิ่งคนชอบนอนตะแคงกับนอนคว่ำนะ ชัดเลย!!! ไม่เครียด ไม่ค่อยแสดงอารมณ์ทางสีหน้าแต่ทำไมหน้าย่นไว สาเหตุอาจมาจากหมอนเน่าที่เอาหน้าไปถูทุกวันก็ได้

งานนี้ต้องเปลี่ยน เลือกปอกหมอนที่เป็นผ้าลื่นมันและคืนตัว อย่างเช่นผ้าซาติน ที่นุ่มลื่นแถมเย็นสบายตอบโจทย์คนชอบนอนคว่ำหน้า หากใครผมยาวก็ลดปัญหาผมพันกันตอนเราพลิกตัวไปมา ไม่อมฝุ่น และที่สำคัญไม่ทำให้หน้ายับ

นอนกลิ้งไป 8 ตลบ หมอนก็ยังคงคืนตัว ตื่นมาพร้อมกับหน้าที่ไร้รอยยับ แถมหัวไม่เป็นสังกะตังอีกด้วย ดีขนาดนี้ต้องลองไปเปลี่ยนดูค่ะ ของอย่างนี้มันต้องพิสูจน์นะยูววววว์

  1. หันหน้าหาวิถีเฮลตี้
    ฟังดูเหมือนเข้าหาหลักธรรม(ฮา) แต่เอาเข้าจริงก็คล้ายกันอยู่เหมือนกันนะให้ร่างกายทำหน้าที่บำบัดด้วยตัวของมันเอง โดยเรามีหน้าที่ปฏิบัติให้อยู่ในกฎเกณฑ์ที่เหมาะสมและหลีกเสี่ยงสิ่งที่ไม่ดี เช่น งดสูบบุหรี่และดริ้งให้มันน้อยๆ หน่อย พยายามดื่มน้ำอย่างน้อย 6-8 แก้วต่อวัน พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และพยายามคิดบวก เป็นคนร่าเริงสดใสอยู่ตลอดเวลา มาถึงข้อนี้…ดูโลกสวยไปอี๊ก หลายคนอาจจะออกแนวประชดเบาๆ ถ้าทำได้ก็แบบว่า “นอกจากพี่ ดีกว่านี้ก็แม่ชีแล้วน้อง” แหม….อะไรดีบุ๋มก็ว่าดี แม้จะดูขัดวิธีความเร่งรีบของคนเมืองไปหน่อย แต่เชื่อว่าเราทุกคนทำได้ เพราะรอยย่นบนหน้าคอยย้ำเตือนให้เราค่อยๆ เปลี่ยนพฤติกรรมไปเอง

ทุกอย่างก็ต้องค่อยเป็นค่อยไป เพียงแต่เราต้องเริ่มก็เท่านั้นเอง

4.จนปัญญา ก็หาหมอเถอะค่ะ

เมื่อมาถึงทางตันที่แบบ “ฉันขี้เกียจโยคะ หมอนเปลี่ยนแล้วก็เอาไม่อยู่ จะให้เป็นคนดีก็ทำไม่ได้ เอามันออกไป๊!!!” โอะ!…ใจเย็นก่อน แล้วคุยกันดีๆ เน้อ อย่าพึ่งโวยวาย เราลืมใครไปรึเปล่าค่ะ Sis เธอลืมคุณหมอผู้มีมือวิเศษ สามารถเสกอะไรบนใบหน้าก็ได้ให้เป๊ะปัง…เธอลืมเขาไปได้อย่างไร!!!

ไม่เป็นการบังคับแต่ประการใด เอาที่สบายใจ ถ้าหนักหน่วงจนไม่สามารถพบปะประชาชีได้ ก็ไปหาคุณหมอเถอะค่ะ เพื่อแก้ไขอย่างเร่งด่วน ทั้งทรีสเม้นท์ เลเซอร์ เลือกตามความเหมาะสมของระดับความเสียหาย เพื่อกอบกู้ความมั่นใจคืนมา

5.เซรั่มบำรุง กันไว้ดีกว่าแก้

ถ้าใครยังเป็นเพียงริ้วบางๆ ยังไม่ถึงกับต้องเรียกร้องหาคุณหมอ การทาครีมบำรุงหรือเซรั่มก็เป็นการช่วยบรรเทาก่อนที่จะลุกลามสร้างความเสียหายไปมากกว่านี้ แต่ครีมลดเลื้อนริ้วรอยทั่วไป บางยี่ห้อเห็นผลได้เร็ว พอเลิกใช้ กลายเป็นว่าผิวหนังอ่อนล้า และสร้างร่องลึกมากกว่าเดิม เหตุก็เพราะ ครีมลบริ้วรอยหลายชนิดมีส่วนผสมของซิลีโคน ซึ่งช่วยเติมร่องริ้วรอยในระยะสั้น หากไม่ทำความสะอาดผิวหน้าดีๆ อาจทำให้หน้าอุดตัน เป็นบ่อเกิดของปัญหาสิวอุดตัน รูขุมขนกว้าง หน้ามัน หรือแม้แต่การเพิ่มความลึกให้กับร่องริ้วรอย กลายเป็นปัญหาผิวสะสมจนยากเกินกว่าจะเยี่ยวยา

ขอแนะนำ weisse serum ที่ช่วยสร้างความชุ่มชื้นให้กับผิว ไม่มีส่วนผสมจากซีลีโคน จึงมั่นใจได้ว่า ผิวหน้าได้รับการบำบัดและฟื้นฟูอย่างมีประสิทธิภาพ เพิ่มความแข็งแรงด้วยการบูตคอลลาเจนในร่างกายตามธรรมชาติ ให้กลับมาช่วยฟื้นฟูดูแลสภาพผิว ด้วยเทคนิค RFS tech อีกทั้งยังผ่อนคลายกล้ามเนื้อที่เหนื่อยล้า เป็นสาเหตุของการเกิดอาการเกร็งและไม่คืนตัวของการเนื้อ

เก๋ไก๋ด้วยรูปแบบหัวปั๊มครีมพิเศษ ปลายหัวมนใช้เป็นที่นวดหน้าบริเวณร่องลึก และยังเป็นหัวจ่ายเนื้อเซรั่มในตัว ทำให้ไม่ต้องบีบครีมลงบนมือโดยตรง ลดโอกาสปนเปื้อนจากการสัมผัส สามารถทาเป็นเซรั่มบำรุงก่อนนอน หรือทาเป็นครีมปกป้องในตอนกลางวัน ใช้ควบคู่กับ Weisse Brightening UV Protection มั่นใจได้ว่าจะไม่เกิดริ้วรอย และฝ้าแดด จุดด่างดำจากแสงแดด

ป้องกันด้วย weisse ตั้งแต่แรกจะได้ไม่มาปวดใจตอนหน้าย่นแล้วนะตัวเธอ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *