ทำไมผิวต่างกันจึงต้องแยกครีม?

เวลาไปช็อปกับเพื่อนสาว แล้วเจอครีมบำรุงหรือครีมกันแดดที่ถูกใจลดราคา ซื้อ 1 แถม 1 แต่เพื่อนสาวกลับหวีดร้องและไม่เห็นด้วยที่จะหุ้นเงินกันซื้อ ด้วยเหตุผลที่ว่า “ฉันไม่ใช้ตัวนี้ หน้าฉันมัน ขอผ่านนะ” ซึ่งอาจทำให้คุณต้องพรากจากครีมซื้อ 1 แถม 1 หรืออาจจำต้องหิ้วมาอีกหลอดและปล่อยทิ้งไปให้เสื่อมประสิทธิภาพ
การซื้อครีมตามสภาพผิวจำเป็นขนาดนั้นเลยหรือ?
ตามจริงแล้วการแบ่งประเภทครีมให้เหมาะสมกับสภาพผิวนั้นมันง่ายต่อตัวผู้ใช้ไงแหละ!!! ถ้าแบ่งแบบตัดสรรพคุณทุกสิ่งอย่างออกเหลือแค่เพียง ครีมที่มีส่วนผสมของน้ำและน้ำมันก็จะกลายเป็น…
ครีมที่ผสมน้ำมันมาก : สภาพผิวแห้ง
ครีมที่ผสมน้ำมันปานกลาง : สภาพผิวแห้งจนถึงผิวผสม
ครีมผสมน้ำมันและน้ำปานกลาง : สภาพผิวมัน
ลักษณะโดยประมาณกับการจำกัดความสภาพผิวหน้าเพื่อเลือกซื้อครีมบำรุง ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีใครที่จะหน้าแห้งหรือหน้ามัน 100% แต่จะมีทั้งส่วนที่มันและส่วนที่แห้งอยู่บนใบหน้า ส่วนการแบ่งชนิดผิวหน้าเป็นการส่องด้วยสเปคตรัมชนิดต่อเนื่อง ผิวหน้าใกล้เคียงชนิดไหนก็จะจัดไปอยู่โซนชนิดนั้น

หมายความว่าในโซนสาวหน้ามัน ก็จะมีมันมาก มันน้อย ทีโซน มันทั้งหน้า และบลาๆ สาระพัด เพื่อให้ง่ายต่อการซื้อครีมก็เลยมีระบุและก็ใช้ความเข้าใจของตัวเองว่าน่าจะอยู่ในกลุ่มไหน (เพราะเชื่อว่าไม่มีใครไปตรวจวัดจริงๆ จังๆ หรอกมีแต่สังเกตด้วยตาเปล่า)

ความสำคัญของการดูแลผิวจริงๆ ที่สามารถใช้ได้แบบไม่ต้องคำนึงถึงสภาพผิว นั้นก็คือ “สร้างความสมดุลของผิว”

เปรียบเทียบง่ายๆ ให้น้ำมันและน้ำบนใบหน้าอยู่บนตราชั่งอย่างละฝั่ง วันใดวันหนึ่งผิวเกิดขาดน้ำ ไม่ชุ่มชื่น น้ำมันก็จะหลั่งออกมา เพื่อไปช่วยให้แขนตราช่างฝั่งน้ำสมดุลอีกครั้ง ผลที่ตามมาคือ วันนั้นจะเสียทรัพยากรฟิล์มซับมันอย่างน้อย 2-3 แผ่น เลยทีเดียว

หรือถ้าขาดน้ำมัน ผิวแห้งแล้ง ก็จะเกิดน้องขุยหรืออาการหน้าลอก เพื่อเป็นการปกป้องน้ำมัน แล้วทีนี้ทำยังไง? สาวๆ ก็พากันล้วงแคะ แกะเกากันอย่างเมามัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรทำอย่างยิ่ง เพราะจะทำให้น้องขุยเลเวลอัพ กลายเป็นพี่ขุย แล้วจะยิ่งลอกยิ่งกร้านเป็นวัฏจักรต่อไปไม่สิ้นสุด พอๆ กับช่วงเวลาที่คุณอุบลเฝ้าทรัพย์นั่นแหละ “หน้าเจ้าจะแห้งกร้านไปชั่วกัปชั่วกัลป์” น่ากลัวไปอีก

 

เพราะฉะนั้นเราควรทำให้ผิวเกิดความสมดุล ไม่มีใครหรอกที่จะหน้ามันหรือหน้าแห้งไปตลอด อาจขึ้นอยู่กับรูขุมขนในการระบายอากาศ อาจเพราะด้วยบ้านเราเป็นเมืองร้อน รูขุนขนที่กว้างก็มีข้อดีในการช่วยระบายอากาศบนผิวหน้าให้เย็นลง แต่แลกมาด้วยความมัน สาวๆ ส่วนใหญ่จึงพากันประกาศตนว่า “ฉันหน้ามัน” กันทั้งประเทศ และพยายามหาซื้อครีมบำรุงที่ช่วยลดความมันบนใบหน้ากันเป็นแถว

ส่วนสาวผิวแห้งก็พยายามหาครีมที่มีส่วนผสมของน้ำมัน ขอฉ่ำดิวอี้แบบเกาหลีจนแทบจะเอาน้ำมันมาชะโลมหน้า เงาแว๊บแข่งกันแดดไปอีกทีนี้ สรุปก็เป็นวังวนเดิมๆ หน้าแห้ง หน้ามันสลับไปสลับมาจนซื้อครีมบำรุงไม่ถูก

ปัญหาเหล่านี้จะหมดไปเมื่อเราโคจรมาพบกับ Weisse Brightening UV Protection ผู้เข้าใจปัญหาทุกสภาพผิว จึงคิดค้นเอกสิทธิ์เฉพาะของครีมกันแดด ที่ได้ผ่านการค้นคว้าวิจัยและรับรองจากสถาบันวิจัยโลหะและวัสดุแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มี Nano Calcium Carbonate เป็นสารช่วยในการดูดซับความมันและลดความมันส่วนเกินของผิวหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ ไม่ทำให้ผิวหน้าแห้งขาดความชุ่มชื้น หรือไม่ทำให้หน้ามันจนเกินไป แตกต่างจากการใช้ครีมกันแดดที่มีส่วนผสมของแอลกอฮอล์ ที่มีสารลดความมันให้กับผิว จนทำให้ผิวแห้ง ขาดความชุ่มชื้น หรือไม่ทำให้หน้ามันอุดตัน สาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว

อีกทั้ง Weisse Brightening UV Protection มีความเนียนลื่นเสมือนทาด้วยแป้งฝุ่น ไม่มีปัญหาเหนียวหน้ามากวนใจ ลืมครีมกันแดดแบบเดิมๆ ไปได้เลย!

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *